เรามักพบเจอปัญหาเกี่ยวกับเสียงมากมายบนเวที ตัวอย่างเช่น วันหนึ่งลำโพงอาจเปิดไม่ติดและไม่มีเสียงเลย หรือเสียงบนเวทีอาจฟังดูขุ่นมัว หรือเสียงแหลมอาจไม่ดังขึ้น ทำไมจึงเกิดสถานการณ์เช่นนี้? นอกจากอายุการใช้งานแล้ว วิธีการใช้งานในชีวิตประจำวันก็เป็นเรื่องสำคัญเช่นกัน
1. ให้ความสนใจกับปัญหาการเดินสายไฟของลำโพงเวที ก่อนเริ่มฟัง ให้ตรวจสอบว่าการเดินสายไฟถูกต้องหรือไม่ และตำแหน่งของโพเทนชิโอมิเตอร์นั้นกว้างเกินไปหรือไม่ ลำโพงส่วนใหญ่ในปัจจุบันออกแบบมาให้ใช้ไฟ 220V แต่ก็ไม่แน่ว่าจะมีบางผลิตภัณฑ์นำเข้าที่ใช้ไฟ 110V ซึ่งเนื่องจากแรงดันไฟฟ้าไม่สอดคล้องกัน อาจทำให้ลำโพงเสียหายได้
2. การจัดวางอุปกรณ์ซ้อนกัน หลายคนวางลำโพง เครื่องรับสัญญาณวิทยุ เครื่องแปลงสัญญาณดิจิทัลเป็นอนาล็อก และเครื่องอื่นๆ ซ้อนกัน ซึ่งจะทำให้เกิดการรบกวนซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการรบกวนอย่างรุนแรงระหว่างกล้องเลเซอร์และเครื่องขยายเสียง ซึ่งจะทำให้เสียงหยาบกระด้างและก่อให้เกิดความรู้สึกหดหู่ วิธีที่ถูกต้องคือการวางอุปกรณ์บนชั้นวางอุปกรณ์เสียงที่ออกแบบโดยโรงงานผู้ผลิต
3. ปัญหาการทำความสะอาดลำโพงเวที เมื่อทำความสะอาดลำโพง คุณควรใส่ใจกับการทำความสะอาดขั้วต่อสายลำโพงด้วย เพราะขั้วต่อสายลำโพงจะเกิดการออกซิเดชันมากขึ้นหรือน้อยลงหลังจากใช้งานลำโพงไประยะหนึ่ง ฟิล์มออกไซด์นี้จะส่งผลกระทบต่อสภาพการเชื่อมต่ออย่างมาก ทำให้คุณภาพเสียงลดลง ผู้ใช้ควรทำความสะอาดจุดเชื่อมต่อด้วยน้ำยาทำความสะอาดเพื่อรักษาสภาพการเชื่อมต่อที่ดีที่สุด
4. การจัดการสายไฟที่ไม่ถูกต้อง ห้ามมัดสายไฟและสายสัญญาณเข้าด้วยกันขณะจัดการสายไฟ เพราะกระแสสลับจะส่งผลต่อสัญญาณ และห้ามมัดสายสัญญาณหรือสายลำโพงเป็นปม มิเช่นนั้นจะส่งผลต่อเสียง
5. อย่าหันไมโครโฟนไปทางลำโพงบนเวที เสียงจากลำโพงจะเข้าไปในไมโครโฟน ทำให้เกิดเสียงสะท้อน เสียงหอน และอาจทำให้ส่วนที่ให้เสียงแหลมเสียหายได้ ซึ่งอาจส่งผลร้ายแรง ประการที่สอง ควรวางลำโพงให้ห่างจากสนามแม่เหล็กแรงสูง และไม่ควรวางใกล้กับสิ่งของที่ดูดแม่เหล็กได้ง่าย เช่น จอมอนิเตอร์และโทรศัพท์มือถือ เป็นต้น และไม่ควรวางลำโพงทั้งสองตัวใกล้กันเกินไปเพื่อหลีกเลี่ยงเสียงรบกวน
วันที่โพสต์: 22 ธันวาคม 2021